ประวัติความเป็นมาบริษัท

บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด

จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2522 มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาท ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตปลากระป๋องชั้นดี รสชาติอร่อยเพื่อทดแทนการนำเข้าจากประเทศ ในเริ่มแรกได้ผลิตและจำหน่ายปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศฉลากสีส้ม และปลาปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศฉลากสีชมพู ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ปุ้มปุ้ย” และ “ปลายิ้ม” ด้วยกำลังผลิต 1 ล้านกระป๋องต่อปี จนทำให้ผู้บริโภคเริ่มรู้จักปุ้มปุ้ยสีส้มและปุ้มปุ้ยสีชมพูและในปีนั้นด้วย ความนิยมที่เพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคชาวไทย ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม ได้ออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่นในกลุ่มปลาปรุงรสนอกเหนือจากปลาในซอสมะเขือเทศที่เป็นที่รู้จักทั่วไป พร้อมกับเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

พ.ศ. 2522

ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

ปุ้มปุ้ยได้ลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่บนเนื้อที่ 100 ไร่ ติดตั้งเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 130 ล้านกระป๋องต่อปี รองรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น และเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2537 ได้รับการจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และในวันที่ 29 ธันวาคม 2537 ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 2 มิถุนายน 2538 เริ่มซื้อขายหลักทรัพย์เป็นวันแรก

พ.ศ. 2537

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงเปิดโรงงานแห่งใหม่

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดโรงงานแห่งใหม่ของปุ้มปุ้ย และทรงเสด็จทอดพระเนตรกระบวนการผลิตอย่างสนพระทัย ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนั้นนำมาซึ่งความปลาบปลื้มมาสู่คณะผู้บริหาร และเหล่าพนักงานของบริษัทฯ อย่างหาที่สุดไม่ได้ ด้วยความใส่ใจ และความตั้งใจ ปุ้มปุ้ย ให้ความสำคัญในทุกๆ ขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่แสนอร่อย มีคุณภาพ ปุ้มปุ้ย ได้นำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากปลากระป๋องทั้งกลุ่มในซอสมะเขือเทศและกลุ่มปรุงรส ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของเรา ปัจจุบันปุ้มปุ้ยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายวัตถุดิบ ทั้งปลา หอยและไก่ และหลากหลายบรรจุภัณฑ์ ทั้งกระป๋อง ถ้วย และซอง ในอนาคตปุ้มปุ้ยจะมีผลิตภัณฑ์ออกมาอีกหลายกลุ่มเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป “ปุ้มปุ้ย จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบสนองความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน ให้สมกับคำที่ว่า “ปุ้มปุ้ย อร่อยที่รอยยิ้ม”

17 ธันวาคม 2539

เหตุการณ์สำคัญ

ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ได้ผลิตและจำหน่ายคือ ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ ฉลากสีส้ม ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ปุ้มปุ้ย” และ “ปลายิ้ม” ด้วยกำลังผลิต 1 ล้านกระป๋องต่อปี

1 พฤศจิกายน 2522

ออกปลากระป๋องปรุงรสเป็นครั้งแรก

โดยมีผลิตภัณฑ์ปลาซาร์ดีนทอดรสเผ็ดเป็นชนิดแรก

พ.ศ. 2525

ลาภ ตราปลายิ้ม

ออกผลิตภัณฑ์ ปลาซาร์ดีนสับปรุงรส ภายใต้ชื่อ “ลาภ ตราปลายิ้ม”

พ.ศ. 2525

ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม

ได้เริ่มสู่ยุคใหม่ที่ได้มีการพัฒนาการผลิตให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยได้ซื้อเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด และสามารถเพิ่มกำลังผลิตเป็น 90 ล้านกระป๋องต่อปี นอกจากนั้นได้เริ่มมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้ชื่อ “Smiling Fish”

พ.ศ. 2522

หอยลายทอดรสเผ็ด

เพิ่มผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายขึ้น โดยเพิ่มวัตถุดิบหอย ออกผลิตภัณฑ์ “หอยลายทอดรสเผ็ด” เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ตามมาด้วยหอยแครง เช่นหอยแครงปรุงรส

พ.ศ. 2528

Easy Open

เริ่มเปลี่ยนมาใช้ฝาดึงเปิดง่าย Easy Open แทนแบบเดิม โดยเริ่มใช้กับผลิตภัณฑ์ปลาดุกอุยรสเผ็ด ตราปลายิ้ม เป็นชนิดแรก

พ.ศ. 2532

การแข่งขันแบดมินตันปุ้มปุ้ยแชมเปี้ยนชิพเป็นปีแรก

ได้ร่วมกับสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันแบดมินตันปุ้มปุ้ยแชมเปี้ยนชิพเป็นปีแรกที่จังหวัดตรัง และที่สร้างความภาคภูมิใจคือ การได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลให้แก่การแข่งขัน จนเมื่อปี 2542 ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์แบดมินตันนานาชาติให้เป็นหนึ่งในการแข่งขันรายการ Asian Satellite Circuit ทำให้มีนักแบดมินตันจากต่างประเทศเข้ามาร่วมแข่งขัน ต่อมาได้รับการยกระดับเป็น International Series และ International Challenge ตามลำดับ ถือเป็นรายการระดับนานาชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ แต่ละปีมีนักแบดมินตันเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 1,500 คน

พ.ศ. 2533

ย้ายฐานการผลิตไปสู่พื้นที่ใหม่

ณ ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง บนเนื้อที่ขนาด 100 ไร่ ด้วยกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 130 ล้านกระป๋องต่อปี

พ.ศ. 2537